ที่มาของโครงการ

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับต่อความต้องการน้ำที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ การบุกรุก การใช้ที่ดินผิดประเภท การถมดินที่ปราศจากการควบคุมในเรื่องระดับความสูง ต่ำ มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำ ทำให้เกิดการกัดเซาะ การพัดพาตะกอนดินลงสู่แม่น้ำลำคลอง เป็นเหตุให้เกิดการตื้นเขิน ส่งผลทำให้เกิดปัญหาอุทกภัย และคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ตามลำดับ

รัฐบาลได้แถลงนโยบายและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนพิเศษ 180ง เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 นโยบายข้อที่ 9.4 บริหารจัดการทรัพยากร้ำของประเทศให้เป็นเอกภาพในทุกมิติทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ จัดให้มีแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศและมีกระบวนการบูรณาการแผนงานและงบประมาณร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำแผนงาน โครงการ ไม่เกิดความซ้ำซ้อนและมีการเชื่อมโยงกันเป็นระบบ และสอดคล้องกับทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยจัดตั้งหรือกำหนดกลไกในการบริหารจัดการน้ำพร้อมทั้งนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในระบบของการบริหารจัดการน้ำและการเตือนภัย

จากนโยบายดังกล่าวข้างต้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงระบบการจัดการน้ำของประชาชน สนับสนุนการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ  การกระจายการลงทุน และเร่งสร้างโอกาส อาชีพ และการมีรายได้ที่มั่นคงแก่ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ

ที่ผ่านมา ในปี 2552 กรมทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินการศึกษาจัดทำระเบียนแหล่งกักเก็บน้ำธรรมชาติประเภทหนอง/บึง ผลการศึกษาพบว่ามีแหล่งน้ำธรรมชาติจำนวน 105,671 แห่ง มีแหล่งน้ำธรรมชาติสาธารณะ 54,278 แห่ง สามารถใช้ประโยชน์ได้จำนวน 52,917 แห่ง และไม่มีหน่วยงานใดดูแลจำนวน 51,113 แห่ง และในปัจจุบันไม่มีฐานข้อมูลที่แท้จริง 

screen-shot-2559-11-23-at-2-45-16-am

ต่อมาในปี 2555-2557 กรมทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินการศึกษาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลแหล่งน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ ผลการศึกษาพบว่าลุ่มน้ำสาขาแต่ละสาขาส่วนมากมีประสิทธิภาพการระบายน้ำอยู่ในเกณฑ์ต่ำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูน้ำหลากซึ่งสร้างความเสียหายมากมาย และมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต ดังนั้นเพื่อให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุผลสำเร็จ กรมทรัพยากรน้ำ ได้เล็งเห็นความสำคัญและต้องการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนา ปรับปรุง อนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำประเภท หนอง บึง และทางน้ำธรรมชาติ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในทุกมิติ ให้ครอบคลุมเชื่อมโยงสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาอุทกภัย และปัญหาคุณภาพน้ำ เข้าด้วยกัน การวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน การจัดทำแผนที่ครอบคลุมพื้นที่แม่น้ำ ลำน้ำ คลอง หนอง บึง ที่สำคัญๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง จึงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ทีดับเบิ้ลยูไอ คอนซัลแตนส์ จำกัด และ บริษัท พี แอนด์ ซี แมเนจเมนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาหาแนวทางในการพัฒนาเพิ่มศักยภาพของแหล่งน้ำธรรมชาติ ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพของการกักเก็บน้ำ การส่งน้ำ และการระบายน้ำของระบบเส้นทางน้ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ให้มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบแหล่งน้ำธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์น้ำและการพัฒนาของประเทศ และต่อเนื่องในทุกพื้นที่ในช่วง 20 ปี ต่อจากนี้ไป โดยได้เริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 และจะสิ้นสุดการศึกษาในวันที่ 10 กันยายน 2560 รวมระยะเวลา 360 วัน งบประมาณในการศึกษาประมาณ 233 ล้านบาท