การบริหารจัดการน้ำ

น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ น้ำตามสภาพธรรมชาติที่ประชาชนทุกท้องที่อาศัยใช้ ได้แก่ น้ำในบรรยากาศ (ฝน) น้ำผิวดิน และน้ำบาดาล นับเป็นผลิตผลจากธรรมชาติที่เราไม่สามารถผลิตเพิ่มขึ้นมา หรือลดปริมาณที่มีอยู่ในธรรมชาติได้เองตามต้องการ

ธรรมาภิบาลในการจัดการน้ำ

ทรัพยากรแหล่งน้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ และเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม จากการขยายตัวของภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจานวนประชากร และความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ได้ส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรนามีความหลากหลายและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรนาแบบผสมผสาน (Integrated Water Resources Management : IWRM) ได้ถูกประยุกต์ใช้ในหลายประเทศ โดยได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดทำนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (Enabling Environment) ต่อการบริหารจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีส่วนสัมพันธ์กับการมีธรรมาภิบาลในการจัดการน้ำ (Water Governance)

Global Water Partner (GWP) ได้ให้ความหมายของธรรมาภิบาลในการจัดการน้ำ (Water Governance) ไว้ว่า “เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และระบบการบริหารจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ และส่งมอบบริการด้านน้าต่อสังคม” หรือในอีกความหมายหนึ่ง ธรรมาภิบาล คือ “ระบบซึ่งควบคุมการตัดสินใจในการพัฒนาและการบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ

การบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำแบบบูรณาการ (Water Resources Management: IWRM)

การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ หมายถึง กระบวนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการจัดหาและพัฒนา การใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำให้คงอยู่และมีใช้อย่างยืนยาว รวมทั้งการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากทรัพยากรน้ำ ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

 ทรัพยากรแหล่งน้ำ ถือได้ว่าเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม อีกทั้งถือเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ หน่วยงานที่ดูแลจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ควรมีการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำให้มีความสมดุลกับความต้องการใช้น้ำที่มีเพิ่มขึ้น รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

IWRM นั้นเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล เนื่องจากเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างประสิทธิภาพ ยั่งยืน และลดความขัดแย้ง นอกจากนี้ IWRM เป็นการจัดการและการพัฒนาทรัพยากรแหล่งน้ำ ดินและทรัพยากรอื่นๆ เพื่อความมั่งคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของระบบนิเวศ

IWRM มีส่วนช่วยในการปกป้องสภาพแวดล้อมของโลก ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านการเกษตรที่ยั่งยืน ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย และปรับปรุงสุขลักษณะของมนุษย์ทั่วโลก นโยบายเกี่ยวกับการจัดการน้ำถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะที่เชื่อมต่อกันโดยพื้นฐานของทรัพยากรทางอุทกวิทยา และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในรูปแบบการจัดการและการแปลงนโยบายสู่ภาคปฏิบัติที่มีความโดดเด่น

สถานะของการวางแผน IWRM และการดำเนินการ; แหล่งภาพ:http://www.gwp.org/en/The-Challenge/What-is-IWRM/
สถานะของการวางแผน IWRM และการดำเนินการ; แหล่งภาพ:http://www.gwp.org/en/The-Challenge/What-is-IWRM/

 

 องค์ประกอบการบริหารจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ

  • การจัดสรรน้ำ – การจัดสรรน้ำให้กับผู้ใช้น้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นปัจจัยชี้บ่งความเท่าเทียมกันในการพัฒนาสังคม
  • การวางแผนลุ่มน้ำ – การจัดเตรียมและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการวางแผนลุ่มน้ำ การผสมผสานในการพัฒนาและการจัดลำดับความสำคัญของลุ่มน้ำ
  • การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของสังคมและสภาพแวดล้อม การพัฒนาและการใช้ทรัพยากรแหล่งน้ำ
  • การควบคุมลพิษ – การจัดการมลพิษโดยใช้หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย และการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมในการลดปัญหามลพิษที่สำคัญและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
  • การตรวจสอบ – การใช้ระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้มีการจัดการข้อมูลที่จำเป็น และสามารถระบุและการตอบสนองต่อการละเมิดกฎหมายระเบียบและใบอนุญาต
  • การจัดการทางเศรษฐกิจและการเงิน –การใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเงินสำหรับการลงทุน การสนับสนุนการกู้คืนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อเข้าถึงเป้าหมายผลประโยชน์ที่ยั่งยืนเพื่อการใช้น้ำของสังคม
  • การจัดการข้อมูล – การให้ข้อมูลที่สำคัญที่จำเป็นเพื่อให้ข้อมูลในการตัดสินใจและมีความโปร่งใสและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ
  • ความมั่นคงด้านน้ำ – ความมั่นคงด้านน้ำ ถูกกำหนดให้เป็นปัจจัยชี้บ่งถึงความต้องการทรัพยากรน้ำของประชากร ความมั่นคง ความยั่งยืน และเพียงพอต่อความต้องการในการดำรงชีวิตในการเข้าถึงทรัพยากรแหล่งน้ำ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อมั่นในการป้องกันการปนเปื้อนของมลพิษสู่แหล่งน้ำ การป้องกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการดูแลรักษาระบบนิเวศน์เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงทางด้านการเมือง (UN-Water, 2013)
  • น้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    • น้ำเป็นเป็นสื่อหลักที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีอิทธิพลต่อระบบนิเวศน์ของโลก การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของสังคม อุณหภูมิที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อการกระจายของปริมาณน้ำฝน หิมะละลาย ทิศทางการไหลของแม่น้ำและน้ำใต้ดิน อีกทั้งยังส่งผลต่อความเสื่อมของคุณภพน้ำ ซึ่งคนยากจนมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
    • ทรัพยากรน้ำมีผลกระทบต่อกระบวนการจัดการทุกด้านของเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลสุขภาพ การผลิตอาหาร การผลิตน้ำประปาและสาธารณูปโภค พลังงาน อุตสาหกรรม และการทำงานของระบบนิเวศ ภายใต้สภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้มีความตึงเครียดในการจัดสรรน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลงพัฒนาซึ่งมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดความยากจน ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
    • การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการจัดการแหล่งน้ำในด้านของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ตระหนักถึงปัญหาและสนองต่อนโยบายในการพัฒนา มาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อความมั่นคงด้านน้ำ การมีส่วนร่วมในการดำเนินการ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ การดำเนินกลยุทธ์การปรับตัวที่มีความสำคัญและเหมาะสม เช่นเดียวกับการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งน้ำมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้

10 กิจกรรมใช้น้ำประปาอย่างรู้คุณค่า

  1. การอาบน้ำ: การใช้ฝักบัวจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยที่สุด และการใช้อ่างอาบน้ำจะใช้น้ำถึง 110-200 ลิตร
  2. การโกนหนวด:โกนหนวดแล้วใช้กระดาษเช็ดก่อน จึงใช้น้ำ จากแก้วมาล้างอีกครั้ง ล้างมีดโกนหนวดโดยการ จุ่มล้างในแก้ว จะประหยัดกว่าล้างโดยตรงจากก๊อก
  3. การแปรงฟัน: การใช้น้ำบ้วนปากและแปรงฟันโดยใช้แก้ว จะใช้น้ำเพียง 0.5–1 ลิตร การปล่อยให้น้ำไหล จากก๊อกตลอดการแปรงฟัน จะใช้น้ำถึง 20-30 ลิตรต่อครั้ง
  4. การใช้ชักโครก: การใช้ชักโครกจะใช้น้ำถึง 8-12 ลิตร ต่อครั้ง
  5. การซักผ้า: ขณะทำการซักผ้าไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา จะเสียน้ำถึง 9 ลิตร/นาที
  6. การล้างถ้วยชามภาชนะ:ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรก ออกก่อน แล้วล้างพร้อมกันในอ่างน้ำ จะประหยัดน้ำมากกว่าล้างจากก๊อกโดยตรง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำ 9 ลิตร/นาที
  7. การล้างผลไม้: ใช้ภาชนะรองน้ำเท่าที่จำเป็น ล้างผัก ผลไม้ ได้สะอาดและประหยัดกว่าเปิดล้างจากก๊อกโดยตรง
  8. การเช็ดพื้น: ควรใช้ภาชนะรองน้ำจะใช้น้ำน้อยกว่าการใช้สายยางฉีดล้างทำความสะอาดพื้นโดยตรง
  9. การรดน้ำต้นไม้: ควรใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการใช้สายยางต่อจากก๊อกน้ำโดยตรง หากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ก็ควรใช้ สปริงเกลอร์หรือใช้น้ำที่เหลือจากกิจกรรมอื่นมารดต้นไม้ ก็จะช่วย ประหยัดน้ำลงได้
  10. การล้างรถ: ใช้สายยางฉีดน้ำโดยตรง ซึ่งจะเสียน้ำเป็นปริมาณมากถึง 150-200 ลิตร/ครั้ง หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการใช้น้ำที่ควรใช้จริง อย่างถูกวิธีจะ สามารถลดการใช้น้ำได้ถึงร้อยละ 20-50

แหล่งข้อมูล: