สรุปสาระสำคัญของการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง แบบบูรณาการครั้งที่ 2/2560

206

สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6 โดยส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำบางปะกง  ได้ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกงแบบบูรณาการ ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2560 ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงแรมโรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายชรินทร์ ผ่องแผ้ว ผู้อำนวยการส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำปราจีนบุรีและโตนเลสาป เป็นประธานในการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะอนุกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนประมาณ 70 คน ในการนี้ ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้านพัฒนาระบบแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง โครงการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน นางสาวทิพวรรณ ขันทอง กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ พร้อมทั้ง ดร.กนก คติการ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ นายอนรรฆ ปิยะกาญจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ และนายประพัฒน์ ศิริอ่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านวางโครงการ ตัวแทนจากคณะที่ปรึกษาเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบ เป็นวิทยากรขึ้นบรรยายในหัวข้อความคืบหน้าของโครงการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ความก้าวหน้าของโครงการในภาพรวม และความก้าวหน้าของงานศึกษาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยโครงการนี้สอดคล้องกับแผนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่ 2 การฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝน ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างระบบอย่างบูรณาการ ตามแนวทางการพัฒนาตาม รัชการที่ 9 เช่น การสร้างแก้มลิง ฝาย เป็นต้น มีโครงการนำร่อง 28 โครงการ ณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการคัดเลือกทั้งในลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำปราจีนบุรี และลุ่มน้ำอื่นๆ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย คือ หนองบึงที่มีขนาด 50 ไร่ขึ้นไปมีทางน้ำเข้าออก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย มีแนวทางคือการจัดการสิ่งขีดขวางทางน้ำเพื่อลดปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง รวมทั้งมีการสร้างระบบติดสินใจ DSS เพื่อที่จะช่วยให้กับคณะกรรมการลุ่มน้ำในการวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายทั้งในระดับนานาชาติ ระดับประเทศ และระดับพื้นที่ โดยพิจารณาทั้งทาด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และพัฒนาอย่างยั่งยืน

ส่วนประเด็นด้านพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบ ได้กล่าวว่า ร่าง พ... ดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณา โดยมีสาระสำคัญในส่วนของโครงสร้างขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่จะมีสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายด้านทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการพิจารณาด้านงบประมาณ และประเด็นการกระจายอำนาจให้กับคณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอโครงการที่เสนอขึ้นจากลุ่มน้ำสาขาขึ้นสู่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (Bottom up)

สำนักทรัพยากรน้ำภาค 6 ได้ให้ข้อมูลผลการทบทวนเป้าหมายเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง และสรุปแผนงาน/โครงการ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เสนอขอรับงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และเปิดเวทีให้ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซักถามความคืบหน้าของแผนงาน/โครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยในส่วนของการนำเสนอแผนงานโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

จากการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง มีประเด็นปัญหาสรุปได้ดังนี้

  • ปัญหาด้านความเพียงพอของแหล่งทรัพยากรน้ำ การพัฒนาเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะส่งผลให้การใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดย ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบ ได้ชี้แจงว่าทางกรมทรัพยากรน้ำกำลังศึกษาสมดุลน้ำ เพื่อวิเคราะห์ปริมาณความต้องการใช้น้ำในเขตพื้นที่ EEC ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยล่าสุด รัฐบาลได้ทำ MOU กับประเทศกัมพูชาในการซื้อน้ำจากเขื่อน         สตรึงมนัม ในประเทศกัมพูชา ปีละประมาณ 300 ล้าน ลบ.. ส่งน้ำโดยระบบท่อส่งน้ำมาเติมอ่างเก็บน้ำ  ประแสร์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับความต้องการน้ำที่จะมีเพิ่มขึ้นในพื้นที่
  • ปัญหาด้านแหล่งน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เสนอแนะว่า ภาคอุตสาหกรรมควรมีการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นของตัวเอง เพื่อไม่เป็นการแย่งน้ำจากภาคการเกษตร โดยให้เหตุผลว่าทางภาคอุตสาหกรรมมีการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI อยู่แล้ว โดย ดร.ประยุทธ์ ไกรปราบได้ชี้แจงว่า ภาคเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งได้ดำเนินการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เอง ทั้งนี้ การศึกษาภายใต้โครงการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบแหล่งน้ำและทางน้ำธรรมชาติฯ ได้พยายามทำการเชื่อมโยงแหล่งน้ำต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโครงข่ายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
  • ปัญหาด้านงบประมาณ ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แสดงข้อคิดเห็นว่า งบประมาณของแต่ละโครงการควรจัดสรรให้เพียงพอครอบคลุมกระบวนการทำงานของโครงการ อาทิ งาน ขุดลอก พบปัญหางบประมาณไม่เพียงพอที่จะขนดินไปทิ้ง ส่งผลให้ดินที่กองอยู่ข้างแหล่งขุดลอกไหลกลับลงสู่แหล่งน้ำและทางน้ำ รวมทั้งยังได้แสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่าการผลักดันน้ำจืดลงสู่ทะเลควรคำนึงถึงผลกระทบต่อการทำการประมงชายฝั่ง ทั้งนี้ผู้แทนได้กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวว่างบประมาณของหน่วยงานชลประทานมีงบประมาณจำกัด โดยโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่พื้นที่โครงการอยู่ในตำบลเดียว ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพัฒนาได้เอง โดยชลประทานได้ทำการถ่ายโอนภารกิจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ ปี พ.. 2546 ซึ่งโครงการพัฒนาต่างๆ อาจต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ โดยอาจเป็นโครงการพัฒนา ในระยะต่อไป ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเสนอโครงการไปยังฝ่ายเลขาลุ่มน้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป